อ่านแล้วซึ่งจึงแบ่งปัน

มีเพื่อนต่างเพศอยู่คู่หนึ่ง เป็นเพื่อนที่รักกันมากที่โรงเรียน

ฝ่ายชายจะเดินไปส่งฝ่ายหญิงที่บ้านเสมอทุกวัน

เวลาผ่านไป จนทั้งสองอยู่มหาวิทยาลัย

ฝ่ายหญิงเริ่มไปแอบชอบผู้ชายคนนึง และถามฝ่ายชายว่า


"นี่ เธอว่า เค้าเหมาะกับเราไหม"

"เค้าก็หล่อดีนะ นิสัยดีด้วย"

"เหรอ อืม อยากให้เค้ามาอยู่ข้างๆเราจังเลยเนอะ"


ต่อมาหญิงสาวก็ได้เป็นแฟนกับผู้ชายคนนั้นจริงๆ

วันหนึ่หญิงสาวบอกกับเพื่อนสนิทของตนว่า


"นี่ เธอไม่ต้องมาส่งเราทุกวันแล้วแหละ ตอนนี้เค้าจะมาส่งเราแล้ว เราไม่อยากให้เค้าเข้าใจผิด"

"อืม" ฝ่ายชายตอบรับ และไม่ไปส่งหญิงสาวอีก

ต่อมาหญิงสาวทะเลาะกับแฟนของตน จึงมาปรึกษาเพื่อนชายว่า


"เธอ เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยสนใจเราเลย เธอว่าเราจะทำยังไงดีล่ะ"

"ก็ เธอยังรักเค้าอยู่หรือเปล่าล่ะ" ฝ่ายชายตอบ

"รักสิ รักมากด้วย"

"ถ้าอย่างนั้น ก็มอบความรักให้เขาต่อไปสิ ก็เธอรักเค้านี่น่า"

"อืม..."


หญิงสาวทำตามคำแนะนำของฝ่ายชาย



หลังจากนั้น วันหนึ่ง ระหว่างที่เพื่อนชายหนุ่มเดินกลับบ้าน

เค้าเห็นหญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ข้างทาง


"เธอ เป็นอะไรน่ะ ให้เราช่วยไหม"

"เค้าไม่รักเราเลยล่ะ เขาเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้เขาไม่เคยมาส่งเราที่บ้านเลย"

"แล้วเราจะช่วยอะไรเธอได้บ้างล่ะ"

"ช่วยอยู่กับเราซักพักได้ไหม"หญิงสาวร้องขอ

ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรเลย

ในที่สุดหญิงสาวก็เอ่ยขึ้น


"เราควรจะทำยังไงดี เธอจะช่วยเราได้ไหม ว่าเราควรจะทำยังไงดี"

"เธอยังรักเขาอยู่หรือเปล่าล่ะ"

"รักสิ เรารักเค้ามากเลย"

"ถ้าอย่างนั้นก็รักเค้าต่อไปสิ"

"แต่เค้าไม่รักเราเลยนี่น่า" หญิงสาวร้องไห้โฮ

"แต่เธอก็รักเขาไม่ใช่เหรอ"


และชายหนุ่มก็ส่งหญิงสาวที่บ้านอย่างที่เคยทำมาแต่ก่อน


"ถ้าเมื่อไหร่ที่เธออยากให้เรามาส่งเธอที่บ้าน อย่าลืมเรียกเรานะ"

"อืม" และหญิงสาวก็เดินขึ้นบ้านไป



ต่อมาวันหนึ่งชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาว


"เราไม่ไหวแล้ว ช่วยมารับเราที"


เสียงของหญิงสาวดูช่างอ่อนล้า และหมดกำลัง

เธอกำลังร้องไห้อย่างฟูมฟายอยู่

ชายหนุ่มไปหาเธอและไปรับเธอมาส่งบ้าน

เธอยังคงถามชายหนุ่มนั้นเมื่อที่เคยถามมา


"เราจะทำยังไงต่อไปดี"

"เธอเลิกรักเค้าแล้วเหรอ"

"เปล่า เรายังรักเค้ามาก เรายังรักเขาอยู่"

"งั้นก็เหมือนที่เราเคยพูดไว้ รักเขาต่อไป

เพราะมันไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะรักเธอไหม แต่ถ้าเธอยังรักเขา

เธอก็คงทำได้แค่รักเขาให้มากขึ้น ให้เขารู้ว่าเธอรักเขา"


วันที่เธอเรียนจบ เพื่อนชายหนุ่มของเธอมาแสดงความยินดีกับเธอ

เธอแปลกใจมากที่เพื่อนชายหนุ่มของเธอยังเรียนไม่จบ เธอถามเขาว่าทำไม

ชายหนุ่มตอบว่า เขาขี้เกียจไปหน่อย

ทำให้เขาต้องเรียนซ้ำวิชาหนึ่งจึงยังเรียนไม่จบ

หญิงสาวแปลกใจ เพราะตลอดมา ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนขยัน



ต่อมาแฟนหญิงสาวได้แต่งงานกับหญิงสาว

เนื่องด้วยเห็นถึงความรักที่หญิงสาวมีให้มากมาย

หญิงสาวได้ชวนเพื่อนของตนมางานแต่งของเธอ


"เราไม่ว่างจริงๆ เราติดธุระน่ะขอโทษนะ" เพื่อนชายตอบเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


หญิงสาวโกรธและเสียใจที่ชายหนุ่มไม่มางานแต่งจึงวางหูใส่

แต่หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจเมื่อวันที่เธอแต่งงาน

ชายหนุ่มได้มาก่อนที่งานแต่งจะจบ


"ยินดีด้วยนะ เรามาแล้วนะ"



หญิงสาวดีใจมากที่เพื่อนของเธอมา ถึงจะเพียงชั่วเวลาสั้นๆ

ต่อมาหญิงสาวก็มีความสุขกับชีวิตแต่งงานจนไม่ได้ติดต่อกับชายหนุ่ม

จนวันหนึ่งหญิงสาวได้ทะเลาะกับสามีของตน

หญิงสาวไม่รู้จะไปปรึกษาใคร จึงนึกถึงชายหนุ่มขึ้นมา

แต่แม้ว่าหญิงสาวจะโทรไปเท่าไหร่

ก็ไม่สามารถติดต่อกับชายหนุ่มคนนั้นได้เลย

เขาจึงโทรหาเพื่อนของชายหนุ่มคนนั้น

เพื่อนของชายหนุ่มเล่าว่า ชายหนุ่มเป็นโรคร้าย เขาไม่สามารถไปไหนได้

ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาร่วมหลายเดือน

หญิงสาวตกใจมากถามว่าเป็นอะไร

เพื่อนชายหนุ่มบอกว่า อาการกำเริ่มเพราะวันที่ชายหนุ่มต้องมาผ่าตัด

ชายหนุ่มดันหายตัวไป

และเพื่อนชายยังบอกอีกว่า


"เป็นนิสัยเสียของมันน่ะ มันชอบหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ในช่วงเวลาสำคัญๆ

คราวที่แล้วสอบไล่ ก็หายตัวไปจากห้องสอบ"


หญิงสาวตกใจมาก เลยขอที่อยู่ของโรงพยาบาลที่ชายหนุ่มรักษาตัว



หญิงสาวไปเยี่ยมชายหนุ่มที่โรงพยาบาล เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็ต้องตกใจ

ชายหนุ่มที่เคยดูแข็งแรง กับผอมซูบ ไม่มีแรง

เมื่อชายหนุ่มเห็นเธอก็ดีใจทักทายเธอเป็นการใหญ่


"เป็นไงบ้าง ไม่เจอกันตั้งนาน"


หญิงสาวนิ่งเงียบซักพักน้ำตาหญิงสาวก็ออกมา


"อ้าว ร้องไห้ทำไมล่ะ เธอน่ะ ไปทะเลาะกับแฟนมาอีกแล้วเหรอ

จะให้เราช่วยอะไรไหม

แต่เราก็คงจะแนะนำเหมือนเดิมหน่ะ"


หญิงสาวเข้าไปหาชายหนุ่มแล้วบอกกับชายหนุ่มว่า


"วันที่เธอมารับเราเป็นวันสอบไล่ใช่ไหม"


ชายหนุ่มทำหน้าตกใจและไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้นกลับนิ่งเงียบไป

หญิงสาวจึงพูดต่อ


"และวันที่เธอต้องผ่าตัดใหญ่ เธอกลับมางานแต่งงานของฉันใช่ไหม"


ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้ว กลับนิ่งเงียบกว่าเดิม

หญิงสาวเข้าไปกอดชายหนุ่มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่น


"ตลอดเวลา เรารักแต่คนอื่น มองแต่คนอื่น

เรากลับไม่รู้เลยว่าเธอรักเรามากแค่ไหน"



"เรารู้สึกเสียใจจริงๆที่ไม่ได้รักเธอมากกว่านี้"


ชายหนุ่มยิ้มขึ้นแล้วบอกกับหญิงสาวด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า


"เราบอกแล้วไง ถ้าเรารักใครซักคน เราก็ต้องรักเขาให้มากๆ

ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะรักเราหรือไม่น่ะ

มันสำคัญแค่เพียงว่าเรายังรักเธออยู่หรือเปล่า แค่เราสามารถช่วยเธอได้

นั่นก็เป็นความสุขของเราแล้ว"


หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก นั่งร้องไห้โฮอยู่ที่ตักของชายหนุ่ม

ชายหนุ่มจึงพูดขึ้นว่า


"ถ้าเราหายเมื่อไหร่ เราจะไปส่งเธอที่บ้านอีกนะ"


แล้วดวงตาของชายหนุ่มก็ปิดลง ตลอดไป...





เรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่เกิดเพราะ
คำว่า "ความรัก" จริงๆ
 

Comment

Comment:

Tweet

#7 By master (124.122.250.87) on 2010-08-08 04:38

ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอด แต่คนยอมตาบอดเพราะความรัก

#6 By กาน (61.90.107.16) on 2010-07-03 18:59

ความรัก คือการให้ ให้ได้ทุกอย่างแม้ตัวเองจะเจ็บปวดก้อตาม

#5 By jeabby (202.149.25.225) on 2009-12-23 21:40

เรีียกว่ารักมากก็ได้ หรือโง่ก็ไม่ผิด แล้วแต่จะคิด แต่ในใจใครจะไปห้ามได้ในบางเรื่อง

#4 By Teara (ooh44) - chakmon on 2009-12-15 22:50

รัก หรือ ตาบอด?

#3 By -=M=- on 2009-12-15 02:40

นี้แหละคือการให้

#2 By 魔法 on 2009-12-14 14:10

ความรักนี้เหมือนจะไม่ได้รับตัวเองเลยนะ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะตอนจากไปก็มีความสุข

#1 By mumu on 2009-12-14 00:50